ชื่อผลงานทางวิชาการ
การประเมินสภาพจริงผ่านการเล่าเรื่อง:สำรวจความเชื่อมโยงระหว่างผู้สูงอายุกับผู้ดูแลด้วยการถ่ายภาพในพิพิธภัณฑ์ Authentic Assessment through Storytelling: Exploring Connections between Older People and Caregivers with Museum Photography
ชื่อนักวิจัย
ประเภทผลงาน
บทคัดย่อ
ปัญหาการเพิ่มขึ้นของประชากรสูงวัยส่งผลให้ภาวะบกพร่องทางการรู้คิดเล็กน้อย (Mild Cognitive Impairment: MCI) ภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ และภาระทางอารมณ์ของผู้ดูแล กลายเป็นประเด็นสำคัญด้านสาธารณสุข แม้ว่างานวิจัยด้านกิจกรรมศิลปะและพิพิธภัณฑ์จะรายงานผลเชิงบวกต่ออารมณ์ การรู้คิด และการมีส่วนร่วมทางสังคม แต่การประเมินผลส่วนใหญ่ยังอาศัยแบบสอบถามหรือการทดสอบทางพฤติกรรม จึงยังขาดหลักฐานเชิงสรีรประสาทในบริบททางสังคมที่เกิดขึ้นจริง
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของพลังงานคลื่นสมองด้วยเทคนิค Quantitative Electroencephalography (QEEG) ระหว่างภาวะพักขณะลืมตาและกิจกรรมเล่าเรื่องผ่านภาพถ่ายในพิพิธภัณฑ์ (Δ Task–EO) รวมทั้งตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกับคะแนนการรู้คิด (Montreal Cognitive Assessment: MoCA) ภาวะซึมเศร้า (Patient Health Questionnaire-9: PHQ-9) และความสอดคล้องเชิงพื้นที่ของคลื่นสมองระหว่างผู้สูงอายุกับผู้ดูแล (Inter-Brain Similarity Index: IBSI)
การวิจัยใช้รูปแบบกึ่งทดลองในบริบทพิพิธภัณฑ์จริง กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยคู่ผู้สูงอายุ–ผู้ดูแล จำนวน 32 คู่ รวม 64 คน ที่เข้าร่วมกิจกรรมถ่ายภาพและเล่าเรื่องในพิพิธภัณฑ์ ผู้เข้าร่วมได้รับการประเมินด้วย MoCA และ PHQ-9 จากนั้นบันทึกสัญญาณสมองด้วย QEEG ในภาวะพักขณะลืมตาและระหว่างกิจกรรมเล่าเรื่อง แล้วคำนวณค่า Δ Task–EO เพื่อเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของพลังงานคลื่นสมอง วิเคราะห์ความแตกต่างภายในกลุ่มด้วยสถิติ Paired t-test วิเคราะห์สหสัมพันธ์กับคะแนน MoCA และ PHQ-9 และคำนวณค่า IBSI ระหว่างคู่ผู้สูงอายุ–ผู้ดูแล
ผลการศึกษาพบว่า ผู้เข้าร่วมที่มีภาวะบกพร่องทางการรู้คิดหรือมีคะแนนภาวะซึมเศร้าสูง มีแนวโน้มแสดงการเพิ่มขึ้นของคลื่นเดลตา (Delta) และการลดลงของคลื่นอัลฟา (Alpha) โดยเฉพาะบริเวณสมองส่วนหน้าและสมองส่วนขมับ ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะการชะลอตัวของการทำงานของสมองโดยรวม (Global Slowing) ที่รายงานในวรรณกรรมด้าน EEG นอกจากนี้ การวิเคราะห์ค่า Δ Task–EO พบความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างคะแนน MoCA กับพลังงานคลื่นอัลฟาที่ตำแหน่ง Cz ขณะที่ค่า IBSI ของคลื่นอัลฟาระหว่างผู้สูงอายุกับผู้ดูแลสะท้อนความสอดคล้องเชิงพื้นที่ในระดับปานกลางในบริบทการเล่าเรื่องที่มีความหมายทางอารมณ์ และสอดคล้องกับข้อมูลเชิงคุณภาพจากภาพถ่ายและเรื่องเล่า
โดยสรุป กิจกรรมเล่าเรื่องผ่านภาพถ่ายในพิพิธภัณฑ์มีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของพลังงานคลื่นสมองในบริบททางสังคมจริง และอาจช่วยส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ การรับฟังอย่างลึกซึ้ง และความเข้าใจร่วมกันระหว่างผู้สูงอายุกับผู้ดูแล อย่างไรก็ตาม QEEG ควรใช้เป็นเครื่องมือเสริมในการประเมินการเปลี่ยนแปลงทางสรีรประสาท ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อมหรือภาวะซึมเศร้าโดยตรง ข้อเสนอแนะสำหรับการศึกษาครั้งต่อไป คือ ควรพัฒนาการวิจัยระยะยาว เพิ่มการวิเคราะห์เชิงเครือข่ายสมอง และนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในรูปแบบการสั่งจ่ายทางสังคม (Social Prescribing) เพื่อส่งเสริมสุขภาวะทางสมองของผู้สูงอายุและผู้ดูแลอย่างยั่งยืน
ปีที่พิมพ์
ผู้ถือสิทธิ์
เงื่อนไขการใช้ข้อมูล
Copyright